
ดอกมะลิแทนคำห่วงใยจากลูก
เย็นวันที่ 11 หลังเวลาเลิกงานประมาณเกือบทุ่มนึงก็กลับบ้าน ไปเดินเปิดท้ายขายของแถวๆสะพานใหม่ ขากลับเลยแวะตลาดยิ่งเจริญ(สะพานใหม่) จะซื้อดอกมะลิไปไห้วแม่ซ่ะหน่อย มีอยู่ประมาณสามถึงสี่ร้านแต่ละร้านนี่ถือโอกาสขึ้นราคาดอกมะลิเป็นสองเท่าเลย จาก 50 บาทเป็น 100 บาท อะโหแม่เจ้าเว่ย ป้าแกก่ะจะขายของวันนั้นให้รวยกันไปข้างนึงเลย ผมเดินทุกร้านราคาเท่ากันหมด ไม่กล้าซื้อเพราะมันขี้โกงผู้บริโภคมากเกินไป(คิดในใจแม่เราคงไม่ต้องการดอกมะลิราคาแพงหรอก)

ลายสกรีนเสื้อ “รักแม่…แค่เป็นคนดี”
หลังจากออกจากตลาดก็ไปแวะเดิน Lotus ต่อก่ะจะไปซื้อเสื้อสีฟ้าให้แม่ซักตัวเป็นของขัวญแทนดีกว่า เพราะว่ามีประโยขน์ด้วย พอซื้อเสื้อเสร็จก็กลับบ้าน หลังจากถึงบ้านแล้วในซอยแถวบ้านมีร้านดอกไม้ไหว้พระอยู่เลยแวะซื้อดอกมะลิมาไหว้แม่(พวงละ 10 บาทเอง) พอถึงบ้านนั่งทำงานแป๊บนึงกินข้าว ดูหนังโปโลเยจบ ก็อาบน้ำนอนรอเวลาพรุ่งนี้จะได้ไหว้แม่และให้ของขัวญด้วยความตื่นเต้น ………ตื่นเต้นนี้เพราะไม่ใช่จะได้ไหว้แม่นะ เพราะปกติไหว้ก่อนไปมหาลัยหรือทำงานทุกวัน แต่ตื่นเต้นที่จะเห็นแม่น้ำตาไหล อ่ะคิคิ

ของขัวญที่ให้แม่สุดที่รัก
เช้าวันที่ 12 เวลาที่รอคอย วันนี้เตรียมตัวตื่นตั้งแต้เช้าประมาณเจ็ดโมงกว่าๆ เพราะเดือนนี้แม่เข้างานก่ะค่ำเลยเลิกงานประมาณนี้ พอแม่มาถึงก็ตื่นพอดีรอแม่อาบน้ำเสร็จก็เลยได้โอกาสไว้แม่ซ่ะเลย

มอบดอกมะลิให้แม่

ก้มกราบเท่าแม่ผู้ให้กำเนิด

ของขัวญเนื่องในโอกาสวันแม่
นั่งลงพร้อมอวยพรให้แม่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และอื่นๆอีกมากมาย มอบดอกมะลิให้แม่พร้อมทั้งก้มกราบแม่ด้วยความเคารพ ซึ่งดอกไม้ที่ให้ไปดอกล่ะ 10 บาทเองเทียบกับดอกล่ะ 100 บาทมันก็มีค่าเท่ากันแหล่ะครับ เพราะแม่ไม่ได้คำนึงถึงความสวยงามและราคาเลยว่าซื้อมาเท่าไหร่ แต่แม่คำนึงถึงแค่ว่าเป็นดอกมะลิที่ได้รับจากลูก แค่นั้นเอง แล้วก็ให้เสื้อแม่ด้วยครับ มองดูหน้าแม่แล้วเหมือนแม่จะน้ำตาซึมๆ เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดเลย คิคิ แล้วแม่ก็อวยพรพร้อมทั้งบอกว่า “รักแม่ต้องโกนหนวด” โอ้แม่จ๋า แม่จะพูดถึงเรื่องทรงผมก่ะหนวดมาตลอด เพราะว่าผมเองขี้เกลียดโกนมากๆ มีบางครั้งแม่บอกว่าจะเลิกคบก่ะผมเลย เวงแม่เลิกคบแล้วกรูจะไปคบก่ะใครหว่า เหอะๆ สรุปว่าแม่ไม่ชอบให้หน้าตาเลยเหมือนโจร ก็คนมันขี้เกลียดนี่หว่าทำไงได้ โกนทีเสียเวลาแถมทั้งใบมีดโกนยังบาดอีกเลยไม่อยากจะโกน แต่ช่างมันเหอะวันแม่นี่หว่า ตั้มจัดให้ครับแม่

เค้าเรียกว่าไรไม่รู้ ซุ้มถนนแล้วกัน
หลังจากไหว้เสร็จแล้วก็นอนต่อตื่อนขึ้มาอีกทีก็ประมาณสี่โมงเย็น อาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอกไปไหว้แม่คนที่สองต่อแถวๆวงเวียนใหญ่ ตกเย็นก็กลับบ้าน เลยแวะไปไห้วเสด็จพ่อ ร.5 ต่อที่ลานพระรูปทรงม้า?
???

เสด็จพ่อ ร.5 ทรงพระบารมีสูงมากๆ
พอไปถึงอ่ะโหคนหรือแมลงวันว่ะนี่ เยอะจริงๆ มีทั้งเด็กเล็ก วัยรุ่น หนุ่มสาว คนแก่แม่ม่าย พ่อลูกอ่อน โหเยอะจัดบอกไม่หมดจริงๆ แต่ที่เยอะกว่านั้นพวกรถมอไซต์ซิ่ง(รถกระเทย) มีมากกว่าพันคัน ไม่รู้มันมาจากไหน เยอะจริงๆ เยอะโคตรๆ เหมือนเป็นวันรวมญาติเลยครับ

บรรยากาศลานพระรูปทรงม้า?
พอไปถึงยังไม่ทันจอดรถเลย มีคนมาขายพวงมาลัยยืนรอที่ประตูแล้ว พอดับเครื่องก้าวลงจากรถเท่านั้นแหล่ะ เหมือนเราเป็นดาราเลย มีคนมาลุมขอรายเซ็นเพียบเลย พี่ค่ะพวงมาลัยไหว้พระไหมค่ะ 20 บาท? ไม่เอาหรอกครับ(คิดในใจ ผมไหว้ดิบๆไม่มีดอกไม้(ประหยัดแถมได้บุญ อิอิ)) เดินไปไหนมีคนถามอยู่นั่นแหล่ะ น่ารำคาญมาก แต่เราก็ต้องเข้าใจเค้าเหมือนกันนะ นั่นคืออาชีพเค้า แค่บอกเค้าดีๆว่าไม่เอาพร้อมกับแยกเขี้ยวใส่เค้าหน่อยนึงมันก็ไปแล้ว?????

ไอ้พวกเดกแว๊นมีมากกว่า 1,000 คัน
บรรยากาศเวลาประมาณสี่ทุ่มกว่าตอนนี้มันรู้สึกว่าอยู่ในสนามแข่งเลย มีรถมอไซต์ขี่กันวุ่ยวายไปหมด แต่มีทีเด็ดอยู่ที่วัยกลางคนประมาณสามคน ขี่มอไซต์แว๊ดไปแว๊ดมา วนประมาณสามรอบเห็นจะได้ รอบสุดท้ายเหมือนโดนของเข้าตัว เจอของดี ตร. ล๊อคกุญแจมือใส่ก่ะแฮนด์มอไซต์ซ่ะงั้น?จับได้เพียง 1 คัน ?สมน้ำหน้ามัน คนบ้าอะไรขี่โชว์อยู่นั่น เสียงรถก็ดังหนวกหูซิบ??? ยืนเดินไปเดินมาถ่ายรูปเล่น มีเด็กแว๊นขี่โชว์กัน ทั้งยกล้อ ทั้งตีลังกา หัวทิ่มหัวตำ ทั้งชนกัน ทั้งยกล้อล้มใส่กัน มันส์จริงๆ ขอบอก ช่วงเวลานั้นเหมือนอยู่ในโลกอลวลสับสน เสียงอะไรก็ไม่รู้ดังไปทั่วกรุง รถก็เยอะขี่แป๊ดไปแป๊ดมา มองไปรอบๆมีรถมอไซต์มากกว่า 1,000 คันจอดเป็นกลุ่มๆ มันก็น่าสนุกดีถ้าไม่ไปขี่ชนใครหรือว่าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ดีที่มีเจ้าหน้าที่ ตร. มาคอยดูความปลอดภัยให้อยู่ ถึงมีเรื่องอะไรก็คงสู้เด็กแว๊นไม่ได้หรอก เพราะมีแค่สี่ห้าคนเองกับรถกระบะเน่าๆอีกคน แค่เด็กแว๊นถุยน้ำลายใส่ก็ตายแล้ว เหอะๆ ซักพักฝนก็เต็มใจตกลงมา โหพระเจ้าเวลาไม่ถึงห้านาทีรถนี่หายเกลี้ยงเลย พึ่งรู้ว่า เด็กแว๊นมันไม่กลัว ตร. มันกลัวฝนนี่เอง

หมวกกันน๊อคที่อยากได้
พอเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆ ผมก็ไปต่อแถวสี่แยกลาดพร้าว(แถวที่ทำงานเก่า) ไปเดินเล่นเปิดท้ายขายของ ตรงนั้นไม่รู้ว่าเรียกอะไร รู้แต่ว่ามันย้ายมาจากสะพานมัฆวาน เดินไปเดินมาเจอเพื่อนอีก และสถานที่แห่งนี้จะมีพวกอะไหล่รถยนต์ รถใบราณ รถคราสสิค เสื้อผ้าเด็กแนว เสื้อผ้าแฟชั่น ร้องเท้าใหม่ รองเท้าเก่า และอื่นๆอีกมากมาย ใครไม่เคยมาก็มาซ่ะนะ ไปเดินเล่นได้เลยนะครับ ส่วนผมเองนั้นเจอของถูกใจ นั่นก็คือหมวกกันน๊อค ถามราคาแล้วเค้าบอกว่า 3,500 บาท ก็เลยลองใส่ดู โหข้างในยังดีๆอยู่เลย เค้าบอกว่าใส่เพียงสี่ครั้งเอง น้องเค้าขี่ในสนามแข่งมันล้มมา ดูที่หมวกแล้วมีรอยถลอกเยอะเหมือนกัน แต่กำลังจะเปลี่ยนหมวกอยู่พอดี ก็ต่อมันสามพันยังไม่ยอมขายคนไรว่ะต่อยากจริงๆ แต่ก็อยากได้มาก เด๊ยวหาเงินไปเอาให้ได้ เพราะว่าราคาของใหม่มันประมาณ 8 พันกว่าบาท แล้วนี่ใส่ได้แค่สี่ครั้งเองมีรอยถลอกมาหน่อยนึง ซื้อแล้วคุ้มแน่ก่อน แล้วเดินอีกซักพักก็กลับบ้านเพราะว่ามันดึกแล้วเดี๋ยวแม่เป็นห่วง เด๊ยวเจอสาวฉุดไปข่มขืนนี่แย่เลย คงจะดีใจไปตลอดชีวิต คิคิ ไปนอนก่อนดีก่าตอนนี้ตีสี่แล้ว……….
Popularity: 18% [?]
Blog Related Content
MotorExpro 2006วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมTruehits 2006 Awardsภาพบรรยากาศในงาน Thai@min Meeting 5ยิงปืน bb ที่ราบ11


















ดีนะที่รีบกลับบ้าน เพราะว่าตอนห้าทุ่มทาง ตร. ปิดล้อมจับรถแว๊นก่ะรถแต่งทุกคันตรงลานพระรูป เกือบซวยถ้าอยู่นานกว่านี้ คิคิ